2007/Oct/19

กว่าจะมีวันนี้ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ องค์กรธุรกิจหมื่นล้าน ยักษ์ใหญ่ด้านสื่อบันเทิงอันดับ 1 ของเมืองไทย 

 แกรมมี่ เกิดมาจากสุดยอดคนแห่งรั้ว จุฬาฯ และ ธรรมศาสตร์    

  ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (อากู๋)
อภิมหาเศรษฐีอันดับ4ของเมืองไทย
   

ไพบูลย์ ชื่อนี้เป็นชื่อของเด็กคนหนึ่งที่โด่งดังจากโรงเรียนอันดับ1ของประเทศ "สวนกุหลาบวิทยาลัย" ถือว่าในสมัยนั้นผู้ใดที่สามารถเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ได้ ถือว่าเก่งเป็นอย่างยิ่ง

        ไพบูลย์ เป็นคนจีนร้อยเปอร์เซ็น ที่ข้ามน้ำข้ามทะเล มากับครอบครัว มาตั้งรากฐานทำมาหากินในเมืองไทย เด็กคนหนึ่งใช้ความสามารถสอบเข้า มหาวิทยาลัย อันดับ 1 ของประเทศ คือ คณะนิเทศศาสตร์ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
        ศิษย์รุ่นแรกๆของนิเทศจุฬา และในที่สุดเขาพยามจนสามารถ คว้าเหรียญทองอันดับ1เกรียตินิยมมาจนได้ และเป็นความภาคภูมิใจของชาวนิเทศจุฬาฯ
        ไพบูลย์ ยังสามารถคว้า ปริญาเอก D.B.A เมื่อเรียนจบเขาได้บอกกับตัวเองว่า " สักวัน..ต้องรวย และด้วยความพยามยามของเขา......


        เมื่อเรียนจบเข้าได้เข้าไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาได้ปลีกตัวเองจากบริษัทนั้น เพื่อตามหาฝันของเขา และได้พบกับเพื่อนคนหนึ่ง จากรั้วธรรมศาสตร์ ใครคนนั้นไม่ใช่ใคร ผู้ให้กำเนิด
เพลงไทยสตริงสากลให้กับชาวไทย เต๋อ เรวัติ พุทธินันท์ คนดังแห่งรั้วธรรมศาสตร์ ขุนศึกแห่งวงดนตรีระดับประเทศ "ดิอิมพอสสิเบิล" อีกท่านคือ คุณ บุษบา ดาวเรือง หญิงแกร่งแห่งรั้วธรรมศาสตร์ และภายหลังกับ บุรุษผู้ยิ่งใหญ่จากรั้วสถาปัตยฯจุฬาฯ คนดังแห่งวงเฉลียง "ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค" และร่วมกัน ก่อตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด


      ค่าย
เพลงสตริงค่ายแรกของเมืองไทย ผลิตศิลปินออกมาจนเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์ของประเทศ จนมาถึงวันที่แกรมมี่มาพบกับจุดเปลี่ยนพร้อมกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่. น้า เต๋อ เรวัติ ผู้ยิ่งใหญ่ ได้จากไปแล้ว ....

 

 คุณ บุษบา ดาวเรือง
นักธุรกิจหญิงแนวหน้าของเมืองไทย

  เมื่อขาดผู้นำไปอีกคน ก็เหลือแต่เพียงสองผู้ยิ่งใหญ่ ไพบูลย์ และ บุษบา ไพบูลย์เป็นผู้นำแกรมมี่ เริ่มขยายธุรกิจด้านบันเทิงครบวงจร เริ่มจากรายการโทรทัศน์ คลื่นวิทยุ สื่อต่างๆ จนในที่ ในปี 2537 เขาสามารถนำพา แกรมมี่ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลายเป็น บริษัทที่มีคำว่า "มหาชน" ตามท้าย เขาได้ขับเคลื่อนแกรมมี่อย่างเต็มสูบ จนประสบความสำเร็จ กลายเป็น "ค่าย
เพลงอันดับ1ของประเทศ" ที่ครองตลาดเพลงในประเทศไทยมากกว่า 70 %

เขายังได้นำแกรมมี่ ขยายครอบคลุมสื่อในทุกด้านๆ จนสามารถทำรายได้สูงสุดหลายๆพันล้าน เพิ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ และเขาได้เปลี่ยนชื่อบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์  เป็น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด( มหาชน) และแตกตัวบริษัทอีกหนึ่งบริษัทที่ยิ่งใหญ่ด้านสื่อ ชื่อ จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของหญิงเหล็ก ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา สาวแกร่งซีเนียร์แห่งนิเทศจุฬาฯ และ อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง (ปัจจุบันเป็นผู้ว่า กทม.)

       
      จนทำให้เครือแกรมมี่ มี่หุ้นในตลาดถึง2ตัว ทำให้ อากู๋ ไพบูลย์ ได้ครอบครอง 2 บริษัท เรียกว่าเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ที่มีมูลค่ารวมกันนับหมื่นล้านบาท เขาได้ถือหุ้นธุรกิจหมื่นล้าน มากกว่า 50 % โดยที่เขาสร้างมากับมือ

      และอากู๋ยังได้ทุ่มเงินหลายพันล้านซื้อตึกใหม่ ที่ทำการใหม่ให้แกรมมี่ ด้วยเงินส่วนตัวของเขา ตึกที่มีความสูง 43 ชั้น และมีความสูง ความใหญ่โต และสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ใจกลางย่านธุรกิจ  สุขุมวิท และในปัจจุบัน มีการประเมินราคาตึกแกรมมี่ในย่านใจกลางธุรกิจ ให้ราคาตึก  ประเมินราคาสูงกว่า 6,000 ล้านบาท

 

แกรมมี่ได้พบกับความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้งในปี 2547 ไพบูลย์สามารถนำกลุ่มบริษัทจีเอ็มเอ็ม กวาดรายได้ เกือบ 7,000 ล้านบาท ทำกำไร แตะ 1,000 ล้านบาท อย่างรวดเร็ว และในปี 2003 หุ้นกลุ่มบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ทั้งสองตัว ทำราคาดีดขึ้นสูงสุด จนมีมาร์เก็ตแคปสองบริษัทรวมกัน พุ่งเป็น 16,500 ล้านบาท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ยังกวาดรางวัลด้านธุรกิจชั้นแนวหน้าระดับเอเชีย จากนิตยสาร ฟร๊อบ และ ฟาร์อิสเทิร์น ได้รับรางวัลบริษัทชั้นนำของเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ได้ไปรับรางวัล ณ เซ็นโตซ่าประเทศสิงค์โปร์ หลายรางวัลติดต่อกันหลายปี

        ในปัจจุบันปี 2550 กลุ่มบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กลายเป็นยักษ์ใหญ่ อันดับ 1 ผู้นำแห่งวงการสื่อเมืองไทย ที่มีสื่อยักษ์ในมือระดับแนวหน้าชั้นน้ำครบวงจรทุกด้าน อาทิ ดนตรี สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ
ภาพยนตร์และด้านสื่อดิจิตอล สื่อระดับอินเตอร์ ในเอเชียฯลฯ และหาองค์กรอื่นใดมาเทียบได้ยาก และในตลอดเวลา ถึงทุกวันนี้ กลุ่มแกรมมี่เป็นกลุ่มบริษัทเดียวในประเทศ ที่เป็นบริษัทที่ไม่เคยขาดทุนแม้แต่บาทเดียว และมีงบประมาณเงินสดในมือ หลายพันล้านบาท ที่จะเป็นทุนขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จในทุกด้าน

อากู๋ ไพบูลย์ จากที่เขาเป็นแค่ตี๋หนุ่มธรรมดาๆ ภายใน 20 ปี เขาสามารถสร้างตัวเขากลายเป็น นักธุรกิจแนวหน้าของเชีย เป็นอภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน อันดับ4ของประเทศไทย มีทรัพย์สิน มีเงินสดมากมาย ทรัพย์สินกว่า 2.2พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท     

        ชื่อของอากู๋ก้องกังวานในแวดวงธุรกิจของเอเชีย และเขายังเป็นเศรษฐีระดับเอเชียรายแรกๆ ที่ยอมเจรจาทุ่มเงินหลายพันล้าน เข้าซื้อสโมสรฟุตบอลระดับโลก "ลิเวอร์พูล" เขาได้เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการสื่อของเมืองไทย และได้รับยกย่องให้เป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการสื่อบันเทิงไทย  เพียงแค่ 20 ปี กับคำที่เขาบอกกับตัวเองในสมัยที่ยังเป็นเด็กจุฬาฯ " สักวัน...ต้องรวย " และในวันนี้ เขาได้เป็นอย่างที่เขาพูดในเมื่อตอน 20 ปี ก่อน อย่างไม่มีผิด

แผนการขั้นต่อไปของ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คือส่งศิลปินไทยโกอินเตอร์ และทำให้ชื่อ จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ รู้จักไปทั่วโลก

    "อากู๋" ยกตัวอย่างโมเดลการสร้างศิลปินของพันธมิตรอย่าง JYP Entertainment ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ 'เรน' ด้วยว่า

    เคสของการปั้น 'เรน' เป้าหมายของ JYP ไม่ใช่ตลาดเกาหลี แต่มองไกลไปที่ตลาดญี่ปุ่นก่อนเป็นลำดับแรก เพราะมองเห็นอยู่แล้วว่าถ้าเจาะเข้าญี่ปุ่นได้ ประเทศอื่นๆ ก็เรื่องเล็ก เพราะปัจจุบัน ตลาด
เพลงในญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา 

        จึงไม่น่าแปลกใจที่ในขณะนี้ JYP กระโดดได้ไกลไปยังถิ่นลุงแซมเรียบร้อยแล้ว

       
"5-6 ปีก่อน เรนมาเมืองไทย ยังมายืนดูเบิร์ด ธงไชย ซ้อมคอนเสิร์ต แถมเดินไปเดินมาที่ตึกแกรมมี่อยู่หลายเดือน ก็ไม่เห็นใครสนใจ แต่ผ่านไปไม่นาน เรน กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกไปแล้ว แต่แกรมมี่เรายังต้วมเตี้ยมอยู่เลย เทียบกันก็เหมือนว่าเรายังขาสั้น คอซองกันอยู่"

        นั่นคือความในใจ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดลูกฮึดครั้งใหม่ของ "อากู๋" และ "แกรมมี่"

        ทั้งที่ถ้าเปรียบเทียบโนว์ฮาวของแกรมมี่กับ JYP Entertainment ของเกาหลีแล้ว ไพบูลย์บอกว่ามีเท่าๆ กัน ในเรื่องการทำธุรกิจ
เพลง แต่สาเหตุที่ทำให้ JYP Entertainment สามารถปั้นเรนให้ดังได้ในระดับโลก เป็นเพราะ "ความจริงจัง" และมุ่งมั่นที่จะปั้นศิลปินเพื่อส่งออกยังต่างประเทศ

อากู๋ จะมีแผนที่จะเข้าไปถือหุ้นกับพันธมิตรอย่าง JYP และ SM ซึ่งจะทำให้เติบโตได้มากขึ้น

 อากู๋ยังประกาศที่จะทุ่มเงินหลายพันล้าน ที่จะเข้าไปถือหุ้นค่าย
เพลงยักษ์ของเกาหลี JYP และ SM ที่มีศิลปิน ในสังกัด อาทิ RAIN, Super Junior ,ดงบังชินกิ(TVXQ ) , Battle,Ft.island, BoA ฯลฯ

        แกรมมี่ ไม่ได้ทำพืชล้มลุก แต่เราทำพืชยืนต้น เราถึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องทาเลนท์ เรามองว่านี่คืออาชีพ ไม่ใช่แค่งานอดิเรก ใครก็ตามที่อยากจะเข้าสังกัดเรา ก็ต้องรับเงื่อนไขตรงนี้เลยว่า เราจริงจัง จะมาซ้อมเล่นๆ แบบหวานเย็นไม่มีอีกแล้ว"

       
ไพบูลย์เชื่อว่า ขอเพียงปั้นศิลปินให้ดังได้ "เบอร์สอง" ถัดจากนั้นจะส่งเบอร์ต่อๆ ไปลงตลาดก็ง่ายขึ้น
        เพราะทุกสปอตไลท์จะเริ่มหันมาฉายที่เมืองไทย โดยใน 3 ปีนับจากนี้ น่าจะเห็นผลชัดของการบุกตลาดต่างแดนครั้งนี้

ข้ามไปที่ฝั่งแดนกิมจิ GMM INTER  และ JYP ต้นสังกัดของ Rain ซึ่งก็มีโปรเจคของ นิชคุณ หรเวชคุณ เด็กไทยซึ่งเติบโตที่อเมริกา และได้ผ่านการออดิชั่นจาก JYP สาขาอเมริกา จนได้ร่วมสังกัดกับเรน โดยกำลังอยู่ระหว่างการทำอัลบั้มเดี่ยวอยู่

        GMM INTER มีศิลปินในเครือมากมาย ทั้งเกาหลีและ ญี่ปุ่น อาทิ Rain,Seven,Paran,SuperJunior ,Tvxq ,Battle,Ft.island,Exile,BoA,Baby vox,StarTackey tSubasa,GolfMike,นิชคุณ Kungta,Venness ฯลฯ

        ศิลปิน GMM INTER ที่ รอจ่อคิว กับ JYPเกาหลี คือ" นิชคุณ หรเวชคุณ และ กอล์ฟ-ไมค์ ( กอล์ฟ-ไมค์ ข่าวน่าจะผิด อาจจะเป็น SM ) 

  จับตา  กอล์ฟ-ไมค์ ,ไอซ์ ศรัณยู, นิชคุณ ,เจมส์ เรืองศักดิ์ ,แคทลียา อิงลิช , สินค้าวัฒนธรรม
(นักร้อง) ล็อตใหญ่ ยี่ห้อ "แกรมมี่" กำลังจะโกอินเตอร์!!!!!!


Credit : Dek-D.com   พอดีเขาปรับปรุงใหม่เลยอัพภาพมะได้เกิดอาการงงเล็กน้อย งิงิ




  

edit @ 19 Oct 2007 16:05:17 by ☼_~†Katsuha†~_☼

Comment

Comment:

Tweet


ไม่น่าเชื่อเลยนะคระ
จากคนจีนเสื่อผืนหมอนใบ กลับยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้
นับถือๆsurprised smile surprised smile
#2 by mummy At 2008-06-24 20:06,
โห สุดๆ
#1 by TKRainbow At 2007-12-03 23:10,